โรงภาพยนตร์ส่วนตัว ย่านสุทธิสาร
จริงๆแล้วบ้านนี้
ติดตั้งเสร็จไปตั้งแต่ปี 2546 ปลายๆปี แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่มีเวลา (จริงๆมัวเอาเวลาไปทำมาหากินอย่างอื่นก่อน)
ไปเก็บรายละเอียดมาเล่าสู่กันฟัง ทั้งๆที่เจ้าของบ้านก็เป็นกันเองมาก บอกว่ามาเมื่อไหร่ก็ยินดี
สมัยก่อนที่เข้าไปเริ่มทำงานให้ใหม่ๆ ก็อดทึ่งเจ้าของบ้านไม่ได้ เพราะเราเข้าไปที่บ้านกำลังก่อสร้าง เจ้าของบ้านก็แต่งตัวปะปนไปกับช่างก่อสร้าง จนแยกไม่ออกว่าคนไหนเจ้าของ คนไหนช่าง แถมเจ้าของบ้านลงมือเองอีกตะหาก ก็มันไปอีกแบบ โดยเฉพาะตอนทำน้ำตก เจ้าของกับอินทีเรีย (ทราบภายหลังว่าเพื่อนๆกันด้วย) เล่นกันเองง่วนเลย
เจ้าของบอกว่าขอตัว ไม่ให้เปิดเผยตัวตน เพราะชอบโลว์โปรไฟล์ ก็ตามใจท่านครับ ผมเห็นบ้านเมื่อสองปีผ่านไป แล้วอดปลื้มไม่ได้ ข้างๆโรงหนัง ต้นไม้กำลังเขียว ดูแล้วเพลินตาดีจัง กับเสียงน้ำตก ที่ได้ยินแล้ว ไม่คิดเลยว่านี่เป็นชั้น 3 ของบ้านตึกย่าน สุทธิสารเรานี่เอง



ส่วนเรื่องโรงหนังของผมดูจะเป็นรองไปถนัด ตัวโรงหนังเจ้าของออกแบบและเลือกวัสดุเองทั้งสิ้น เรียกว่างานนี้ ช่างไม่ได้กินเลย ขนาดห้องอยู่ที่ 4 x 6.5 เมตร โดยประมาณ ดร๊อบฝ้าลงมา เหลือความสูงของห้องตรงกลางเพียง 2 เมตร 50 ไม่นับตรงด้านหน้าจอ

เพราะดร๊อบลงมาเพื่อให้รับกับแอร์ แบบฝังเพดาน ซึ่งเจ้าของบ้านบอกว่า ถ้าจะให้ดีติดหลังห้องจะดูดีกว่านี้ แต่ตอนนั้นที่เลือกตรงนี้ เพราะเดินท่อน้ำทิ้งสะดวกกว่า แต่บอกว่าถ้าจะแนะนำใครอยากให้ไว้ด้านคนนั่งดูจะดีกว่า ผมก็เห็นด้วย เพราะจะได้ไม่กวนสายตา และอีกประการนึงก็ไม่ต้องห่วงว่าน้ำแอร์ จะมาหยดโดนเครื่องเล่นอะไรจิปาถะ แต่ข้อดีของการวางแอร์ืไว้ด้านหน้าก็มี เพราะเสียงแอร์ จะไม่มารบกวนหูเรา แต่ถ้าเป็นแอร์เงียบๆ ก็ไม่เป็นไร
อุปกรณ์ระบบภาพเสียง ที่ใช้

วัสดุห้อง เจ้าของเลือกเองหมด บนเพดานพ่นทรายสีน้ำตาลเข้มๆ ผนังช่วงบนเป็นฟองน้ำกรุผ้า ที่ใช้บรุหลังคารถ ไม่ต้องตกแต่งอะไรเลย มาเป็นม้วนๆ ติดกาวแปะได้เลย เพราะผ้าที่กรุเป็นสีออกดำ จางๆอยู่แล้ว ผนังช่วงล่าง และด้านหน้า ใช้ไม้ลัง ที่เจ้าของไปซื้อมาแถวๆ ท่าเรือคลองเตย ตีเกยกันสลับแผ่น ให้เป็นลายก็เก๋ไปอีกแบบ แถมช่วยเรื่องเสียงได้อีกตะหาก ซึ่งเดิมเจ้าของ พ่นวัสดุซับเสียง ทั้งหมด ก่อนที่ยังไม่ได้กรุไม้ เสียงแห้งเป็นห้องบันทึกเสียงไปเลย เพราะเจ้าของห่วงว่าพื้นเป็นไม้ปาร์เก้ จะทำให้เสียงสะท้อนมาก แต่เอาเข้าจริงๆ พอเติมไม้เข้าไปกลับทำให้เสียงมีมิติกว่า

ในความเห็นของผม จริงๆแล้ว ถ้าไม่จริงจังกับเรื่องเสียงมากนัก ห้องธรรมด๊า ธรรมดา ก็สามารถดูหนังได้เป็นอย่างดี เพราะเครื่องเรือนในบ้านเรา ก็เป็นวัสดุซับเสียงในตัวอยู่แล้ว ผมเห็นมีบ้านหลายบ้าน ทำเฉพาะตรงหน้าจออย่างเดียว ที่เหลือก็ปล่อยเป็นเครื่องเรือนทั่วไป ก็ประหยัดเรื่องตกแต่งไปโข เอาตังค์มาซื้อโปรเจคเตอร์ รายละเอียดสูงๆดีๆของผม ได้ตั้งเยอะ จริงม๊ะ
พนม พันธุรัตน์
10 เมษายน 2548
เหนือโรงหนังชั้น 3 ก็ทำเป็นบันได ไม้มะฮอกกานี เดินขึ้นบ้านอีกหลัง อาจจะเรียกว่าชั้น 4 ก็ได้ แต่ไม่เชิงเพราะเป็นบ้านไม้ปลูกบนโรงหนัง เจ้าตัวบอกว่าให้แฟนนอน ส่วนตัวเองมีอีกห้อง ข้างๆน้ำตก จัดแบบสไตล์บาหลีหรือเปล่า ผมเองก็ไม่มีความรู้เรื่องอินทีเรีย มากมายอะไร ชอบตรงห้องน้ำที่เป็นกระจก แถมลมจากภายนอกผ่านได้สบาย
ที่จริงงานนี้ น่าจะให้ทีมงาน หนังสือบ้านและสวน มาถ่ายจะเหมาะกว่า คอลัมน์ผม เพราะมีเรื่องราวน่าติดตามอีกมาก เจ้าของก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์