หลักการทำงานของเครื่องฉายระบบ D-ILAHome Page
อีกตระกูลหนึ่งของ การสร้างภาพ เพื่อการฉายแบบเครื่องดิจิตอล ซึ่งจะว่าไปจริงๆแล้ว ระบบนี้ ถูกพัฒนามาตั้งแต่ ปี 1970 โดยบริษัท Hughes Aircraft Company ในประเทศอเมริกา โดยเรียกชื่อว่า ILA ( Image Light  Amplifier ) และเริ่มทำเป็นโปรเจคเตอร์ ประมาณปลายปี 1980 
ซึ่งในช่วงนั้น บริษัท JVC ในญี่ปุ่นกำลังพัฒนา เทคโนโลยีด้านนี้อยู่ หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองบริษัท ก็ร่วมมือกันพัฒนา และได้เป็นโปรเจคเตอร์กำลังสูง เริ่มวางตลาด ก่อนระบบ LCD และ DLP หลายปี ซึ่งตอนนั้นยังใช้ตัวกำเนิดภาพเป็นหลอด CRT 

ในเมืองไทย คน AV ยุคเดียวกับผม จะรู้จักยี่ห้อนี้เป็นอย่างดี เราจะเรียกกันว่า Hughes JVC ( ฮิ้วส์ เจ วี ซี ) เพราะรุ่นแรกๆ ที่นำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรา ราคาใกล้ๆ 4 ล้านบาท เมื่อประมาณ เกือบ 10 ปีที่ผ่านมา คิดดูว่าแพงขนาดไหน เรียกว่า ทำนากันจนหลังโก่ง ขนข้าวกันไม่รู้กี่ร้อยเล่มเกวียน ( มากกว่า มารยาหญิงอีกน๊ะ ) ก็นับว่าดุเดือดพอสมควร เมื่อเทียบกับความสว่างอยู่ในระดับประมาณ 2000 ANSI Lumens ในปัจจุบัน (สมัยนั้นเรียก 12,000 Lumens)  ก่อนที่ LCD และ DLP projectors จะเข้ามามีบทบาท ในเวลาต่อมา

ในปัจจุบัน JVC คือคู่แข่งตัวสำคัญของ Texas Instruments ที่ผลิด DMD เลยก็ว่าได้ แถมมีข่าวออกมาว่า  Kodak ได้ร่วมมือกับ JVC พัฒนาเป็น Digital Cinema แทนเครื่องฉายภาพยนตร์ อีกด้วย 
D-ILA มาจากคำว่า Digital Direct Drive Image Light Amplifier ถูกพัฒนา จากความคิดเดิมของ ILA  ซึ่งดีกว่าการฉายแบบ LCD เพราะการฉายแบบทะลุผ่าน แผ่น LCD จะทำให้แสงลดลงถึง 40-60 %  D-ILA สามารถให้แสงสว่าง เมื่อเทียบจากต้นกำเนิดแสง จะได้สูงมากกว่า 90%
หลักการทำงานของ D-ILA มีลักษณะคล้ายกับ DLP ตรงที่ใช้ระบบสะท้อนภาพเช่นเดียวกัน   DLP อาจเอาแนวคิดนี้ไปพัฒนา DMD ก็ได้ แต่วัสดุที่ใช้ กำเนิดภาพ จะใกล้เคียงกับ LCD 
D-ILA หรือ อีกชื่อหนึ่ง ที่เรียกตามการใช้เทคโนโลยี การผลิต ว่า LCoS มาจากคำว่า Liquid Crystal on Silicon ซึ่งก็หมายถึงการใช้ คริสตัลเหลว มาวางบน พื้นที่เป็นซิลิกอน นั่นเอง สำหรับผู้อ่านที่ไม่ใช่นักอิเล็คทรอนิคส์ ก็ไม่ต้องคิดมากน๊ะครับ คิดถึงแค่ขนมตะโก้ หรือไม่ก็ขนมชั้นบ้านเรา ก็คงไม่น่าเกลียดอะไร  เพราะกระบวนการจริง ผมว่าซับซ้อนกว่า ชิพ DMD ด้วยซ้ำไป โดยสรุปก็คือ D-ILA ใช้ ชิพแบบคล้าย LCD แต่สะท้อนภาพแบบ DLP 

หน้าตา chip ระบบ D-ILA ก็ไม่แตกต่าง จาก chip ของ LCD มาก เพียงแต่เป็นระบบ สะท้อนภาพ ภาพนี้เป็น chip ขนาด เส้นทะแยงมุม 1.3 นิ้ว ส่วนสีเหลืองๆ ทองๆคือ สายไฟเป็นแพ เส้นเล็กๆ เพื่อต่อกับอุปกรณ์ อิเล็คทรอนิคส์ ในกระบวนการสร้างภาพ
ภาพจำลองการทำงาน ของเครื่องฉายระบบ D-ILA จากรูปจำลองจะเห็นว่า เมื่อแสงจากต้นกำเนิดแสง ผ่านคอนเดนเซอร์เลนส์แล้ว ก็จะใช้ กระบวนการทาง Optical เพื่อให้แสงสามารถ ตกกระทบและสะท้อนกลับในทิศทางเดียวกัน แล้วขยายภาพด้วยเลนส์ฉาย  
การสร้างภาพของ D-ILA โปรเจคเตอร์ ก็จะใช้ 3 ชิพ แบบ LCD ซึ่งกระบวนการ สร้างภาพแบบนี้ทำให้ได้สีสัน สมจริงแบบ LCD และให้ภาพที่เนียนกว่า DLP เพราะรอยต่อของ จุดภาพแบบนี้ จะแคบกว่า ชิพของ DLP 
เครื่องฉาย D-ILA ของ JVC 
  • Native QXGA (2048 x 1536) --3.2 million pixels that result in a film-like picture
  • 7,000 ANSI Lumens with powerful 2kW Xenon Lamp
  • 1,000:1 Super-Contrast Ratio

ปัจจุบัน (ปี 2002) นี้  มีไม่กี่บริษัท ที่ใช้ระบบ D-ILA นอกจาก JVC เจ้าตำรับเอง เนื่องจากยังมีราคาสูงอยู่มาก เมื่อเทียบกับโปรเจคเตอร์ระบบ LCD และ DLP   ซึ่งจะว่าไปแล้ว หากมีการประชาสัมพันธ์ และการนำเสนอข้อมูล ที่ถูกต้องแล้ว ผมเชื่อว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ D-ILA นับเป็นเครื่องฉายอีกระบบหนึ่งที่น่าจับตามอง 

JVC ได้วางแผนไว้ในอนาคต หาก D-ILA เข้ามาในธุรกิจ Digital Cinema มากขึ้น โรงภาพยนตร์ในอนาคต หน้าตาอาจจะเป็น อย่างที่ JVC วาดไว้ก็ได้ ถึงตอนนั้น เราคงได้ดูภาพยนตร์พร้อมๆ กับที่ Hollywood หรือพร้อมๆกันทั้งโลกก็ได้ คงอีกไม่นานเกินรอ
หากมีคำถามเพิ่มเติม ยินดีให้คำตอบครับ   e-mail  panom1@gmail.com
บริษัท เอวี มาสเตอร์ จำกัด ( กรกฏาคม 2002)