Home Page
 < Conferrence System

 

ชุดประชุม หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Congress system หรือ Conference system หรือ Discussion system ก็คือความหมายเดียวกัน ที่เราๆท่านๆเรียกกันว่า ชุดประชุม และเห็นกันคุ้นตา เวลาประชุมสภา

   

พอจะพูด ก็กดสวิทซ์เพื่อพูด ส่วนมากก็จะมีไฟแดงๆ ที่คอไมค์ให้รู้ว่า กำลังพูดอยู่น๊ะ มีบางคนบอกว่า น่าจะเป็นไฟเขียวนิ จะได้รู้ว่าพูดได้

ในบ้านเรามีคนเอาชุดประชุมมาขายกันหลายปีแล้ว ทั้งห้องเล็กห้องใหญ่ ลงไปจนถึงระดับโรงเรียน

   มีคำถามสำหรับคนที่ไม่เข้าใจระบบ ถามว่าทำไม ไม่ใช้ไมค์ธรรมดาๆ ต่อเข้าเครื่องขยายเสียง แล้วออกลำโพง  เพราะในอดีต ชุดประชุม 1 ชุด สมมุติว่า มีไมค์รวมกัน 10 ตัว ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 2 แสนบาท ถ้าเราคิดแบบประเทศเกษตรกรรมแบบไทยๆเรา ก็แพงเอาการ เมื่อเทียบกับข้าวหอมมะลิ ทุ่งกุลาร้องไห้ ตอนนั้น ถุงละ 100 กว่าบาท ( 5 ลิตร) ถึงแม้ว่า ข้าวหอมมะลิเราจะถุงละเกือบ 300 บาท ในปัจจุบัน (2008) แต่ชุดประชุม ที่มียี่ห้อดังๆ ราคาก็ยังไม่ถูกอยู่ดี

ตอบคำถามที่ว่า ใช้ไมค์หลายๆตัวมาเข้า เครื่องขยายเสียงโดยตรงน่าจะประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าไหม?

              จริงๆแล้วมีบางยี่ห้อ ทำเป็นไมค์หลายๆตัว ต่อเข้าเครื่องขยายเสียง โดยตรงก็มี แต่ส่วนมากจะต่อไมค์ได้ประมาณไม่เกิน 10 ตัว ซึ่งหลักการทำงานจะต่างจากชุดประชุมที่เราพูดถึง เพราะระบบนี้ ทำงานเหมือนเราเอาไมค์ไปต่อที่เครื่องขยายเสียงโดยตรง เพียงแต่เครื่องขยายเสียง ต้องออกแบบมาสำหรับใช้ไมค์ หลายๆตัวเท่านั้นเอง แล้วก็เอาเสียงออกลำโพงใหญ่ โดยไม่มีลำโพงเล็กๆ หน้าผู้ร่วมประชุม จะว่าไปแล้ว ก็สามารถใช้ได้ดี ในห้องประชุมขนาดเล็กๆ เพราะประหยัด แล้วให้เสียงที่ดีมาก ถ้าจัดระบบเสียงดีๆ

มีคำถามต่อว่า ทำไมไม่ทำให้เสียบไมค์ได้เยอะๆแบบ ชุดประชุม

                เหตผลก็คือ ทำได้ครับ เครื่องผสมสัญญาณ(Mixer) ที่เสียบไมค์ได้ หลายสิบตัว แล้วก็เอาสัญญาณไปเข้าเครื่องขยายเสียง ออกแบบมารองรับไมค์หลายๆตัว ก็จะต้องลงทุนมากขึ้น และข้อสำคัญอีกจุดหนึ่งก็คือ สายไมค์จะยาวและเยอะมาก เพราะแต่ละตัว จะต้องวิ่งมาหาเครื่องขยายเสียงตัวเดียวกัน ซึ่งนอกจากจะยุ่งยาก แล้วยังไม่ประหยัดอีกด้วย แต่ในเชิงคุณภาพเสียง การต่อลำโพงภายนอก ให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าอยู่แล้วครับ

ในทางเทคนิค ชุดประชุม ที่กำลังพูดถึงอยู่นี้ ใช้ระบบอนุกรม (Series) หรือต่อพ่วงกันเป็นลูกโซ่ สะดวกต่อการติดตั้ง และเคลื่อนย้าย แล้วก็พ่วงไปเข้าชุดควบคุม (Control unit หรือ Central unit) หรือบางค่ายอาจจะเรียกว่า ชุดจ่ายไฟ (Power supply unit)

ชุดควบคุมหรือชุดจ่ายไฟ ที่ว่า จะทำหน้าที่จ่ายไฟให้กับ ไมค์และเครื่องขยายเสียงเล็กๆ ในไมค์ประชุมทุกตัว พร้อมกับมีสายควบคุมการทำงาน จัดคิวการพูด ตัดเสียงพูด เข้ามาด้วย หรือรุ่นใหม่ๆ อาจมีระบบลงคะแนน (Vote) เข้ามาด้วย

ชุดประชุม จะมีไมค์พร้อมลำโพงและเครื่องขยายเสียงเล็กๆในตัว 

โดยจะออกแบบมา 2 แบบ แบบแรกจะใช้สำหรับประธานในที่ประชุม ส่วนมากจะเรียกว่า Chairmen unit และแบบที่ 2 จะเป็นไมค์สำหรับผู้เข้าร่วมประชุม ที่เรียกว่า Delegate unit

ตัวไมค์ Chairmen จะพิเศษ ตรงที่มีสวิทซ์ เพิ่มมาอีก 1 ตัว นอกจากสำหรับกดพูด ที่มีอยู่แล้วทุกๆไมค์ สวิทซ์ที่ว่า เมื่อกดแล้วจะตัดเสียงไมค์ ผู้ร่วมประชุมทั้งหมด ยกเว้นให้ประธานพูดคนเดียว

เหมือนที่เราเห็นเวลาประธานสภา ไม่อนุญาต ให้ใครพูดก็จะกดปุ่นนี้ เสียงจากไมคืผู้ร่วมประชุม ก็จะไม่ดัง คือไปตัดสวิทซ์พูดของผู้ร่วมประชุมอัติโนมัติ

แต่บางที เราก็เห็นผู้ร่วมประชุม กดจะพูดใหม่ ท่านประธานก็ต้องกดตัดเสียงใหม่ ส่วนมากเกือบทุกยี่ห้อ เวลากดจะมีเสียง กระดิ่งอิเล็คทรอนิคส์ ดัง "ติ๋ง" ไฟที่คอไมค์ผู้ร่วมประชุมก็จะดับ เพราะประธานไม่อนุญาตให้พูด

 ปัจจุบัน ในบ้านเรา มีชุดประชุม ให้เลือกเป็น 10 ยี่ห้อ รวมทั้งพัฒนา เป็นระบบไร้สายแล้วก็มี สอดบัตรนับคะแนนโวตก็มี เพียงแต่ราคา ก็ตามความสามารถ

 

เดี๋ยวจะหาว่าลงท้ายก็ขอขายยา เป็นหนังกลางแปลงแถว ต่างจังหวัด แต่ก็น๊ะ พ่อแม่พี่น้องครับ ศิลปิน ก็ไม่ได้อยู่ได้ด้วยเสียงปรบมืออย่างเดียว ซะเมื่อไหร่

สนใจอย่างไง ก็ขอใบเสนอราคาได้ที่ AVmaster.com ครับ

 

 

 

 Last up to date 14/08/2009                                                                                        © copyright by AVmaster.com